ผีแดง ยำใหญ่ ไลป์ซิก กุนซือโซลชาระเบิดพลัง 3 ประเด็นหลัก

Manchester United v RB Leipzig: Group H - UEFA Champions League
ผีแดง ยำใหญ่ ไลป์ซิก กุนซือโซลชาระเบิดพลัง 3 ประเด็นหลัก
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือผีแดง โชว์ให้โลกได้รู้แล้วว่าเวลาที่เขาตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน มักจะระเบิดพลังออกมาได้สำเร็จ ล่าสุดก็โชว์มันสมองวางหมากเด็ดในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เปิดบ้านตบ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยเกมนี้ “น้าลูกอม” ดร็อป 2 ตัวหลัก บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยใช้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นตัวจริงแทน และฟอร์มของแมนยูก็ยังเยี่ยมยอด สามารถตบทีมจ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้อยู่หมัด และสามารถเก็บชัยชนะ 2 เกมรวด ทำให้ตอนนี้รั้งจ่าฝูงได้อย่างเยี่ยมยอด

เครดิตส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ โซลชา ที่สามารถวางระบบได้อย่างสมดุลทั้งเกมรุก และเกมรับ โดยในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ได้ส่งแรชฟอร์ดลงมาจัดการซัดแฮตทริกช่วยให้ต้นสังกัดเก็บชัยชนะไปได้แบบขาดลอย

Manchester United v RB Leipzig - UEFA Champions League 01

1. หัวหอกที่ขาดไม่ได้ คือ แรชฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด แมตช์นี้หลายๆ คนคงเห็นว่า ขาดซูเปอร์สตาร์ไปหลายคน โดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด  โดยโซลชา เลือกที่จะพักสภาพร่างกายของแรชฟอร์ดเอาไว้ เพื่อที่จะได้ฟิตพร้อมสำหรับแมตช์ดวลกับ อาร์เซน่อล จึงถูกจับไปนั่งอยู่ซุ้มม้านั่งสำรอง

แต่ในนาทีที่ 63 โซลชา ได้ตัดสินใจส่ง แรชฟอร์ด ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด ซึ่งแรชฟอร์ดนั้นแสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าเขาคือหัวหอกเบอร์ 1 แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาจัดการระเบิดแฮตทริก ถือเป็นฟอร์มที่สุดเพอร์เฟกต์ของ “เจ้าหนูแรช” อย่างแท้จริง ตอนนี้เจ้าหนูได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของผีแดงเรียบร้อยแล้วเมื่อกลายเป็นนักเตะคนที่สองของ ผีแดง ในฐานะตัวสำรองที่สามารถกดแฮตทริกได้ ส่วนคนแรกก็คือ โซลชา เคยทำได้ในแมตช์ที่ชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1999

สถิติยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ ยังเป็นนักเตะคนที่ 5 ในหน้าประวัติศาสตร์ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สามารถซัด 3 ประตูในฐานะตัวสำรอง โดยเจ้าหนูแรชอยู่ในสนามเพียง 27 นาที ซึ่งถือว่าใช้เวลาน้อยที่สุดที่สามารถซัดแฮตทริกในเกมถ้วยยุโรปด้วย
Manchester United

2. มีระเบียบวินัยยอดเยี่ยมในเกมรับ

ผีแดงมักจะทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงต้นซีซั่นจนทำให้ทีมแพ้และมักจะโดนแซวเกี่ยวกับเกมรับ เพราะโดยเฉพาะเกมดับคารังแมตช์รับมือ “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

แต่ระบบการเล่นเกมรับของ “ผีแดง” เริ่มมีความนิ่งมากขึ้นใน 4 เกมที่ผ่านมา และเล่นได้อย่างมีระเบียบวินัย โดยเฉพาะในแมตช์ที่ปะทะกับ ไลป์ซิก สโมสรที่ได้ชื่อว่าเกมรุกที่น่ากลัว เพราะพวกเขายิงประตูในลีกเมืองเบียร์เป็นอันดับ 2 รองจาก บาเยิร์น และยึดจ่าฝูงลีกในเวลานี้

ไลป์ซิก สามารถซัดประตูได้เรียบวุธ ใน 5 เกมลีกที่ผ่านมา และย้อนไปเมื่อ 2019/2020 พวกเขาก็ตบทีมใหญ่ๆ อย่าง สเปอร์ส, “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค, “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด และ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว แต่ในการเยือน “โรงละครแห่งความฝัน” ไลป์ซิก ต้องเจอความยากลำบากในการเจาะแนวรับเจ้าบ้าน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมเยือนเจอกับความผิดหวังในการยิงประตูมาจากการเล่นเกมรับที่มีระบบ และรักษาระเบียบวินัยได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บ 2 คลีนชีตติดต่อกันหลังจากที่เกมก่อนหน้านี้เพิ่งรับมือ เชลซี พร้อมกับผลเสมอ 0-0

น่าเสียดายที่สองประตูที่พวกเขาเสียไปจากจำนวน 4 แมตช์ล่าสุดในเกมพบ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ชนะ 4-1) และ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ชนะ 2-1) เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของแข้ง “ผีแดง” ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นสถิติเก็บคลีนชีตจะสวยงามยิ่งกว่านี้

Manchester United02

3. โซลชาไม่เคยทำให้ผิดหวังจากพลังแฝงของเค้าเอง

” อนาคตของ โซลชา จะตัดสินใน 7 เกมต่อจากนี้ ” นี่คือเสียงพูดของหลายๆคนซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเมื่อมองดูโปรแกรมแล้วก็อาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะ “ผีแดง” มีแมตช์ต้องเจอเกมที่ยากลำบากหลายเกมพอสมควรทั้งใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก

ซึ่ง “น้าลูกอม” ก็มักจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่กดดันแบบนี้ไปได้ตลอด เพราะผ่านไป 4 จาก 7 แมตช์อันตรายนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างดีสามารถเก็บชัยชนะ 3 แมตช์และเสมอ 1 เกม โดยแมตช์ที่เสมอกับ เชลซี พวกเขาเล่นได้ดี และมีโอกาสชนะด้วยซ้ำ แต่ดันพลาดในจังหวะจบสกอร์

โซลชาตอนนี้ต้องบอกเลยว่า เปรียบเสมือนกับ “ฮัลค์” ยักษ์เขียวที่มักจะระเบิดพลังแฝงในยามที่สถานการณ์คับขัน จนกลายสภาพเป็นสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่อารมณ์เดือด ส่วน นายใหญ่เบบี้เฟซ เมื่อไหร่ก็ตามที่โดนแรงกดดันจนเก้าอี้กุนซือร้อน เขามักจะสร้างเซอร์ไพรส์ วางหมากปรับแท็คติกจนทำให้ทีมกลับมาเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายๆ คนรู้จักอีกครั้ง

เครดิตส่วนใหญ่ต้องยกให้กับ โซลชา จาก 4 แมตช์ที่ผ่านมา (นิวคาสเซิ่ล, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เชลซี และ ไลป์ซิก) เพราะสามารถวางแผนการเล่นได้อย่างลงตัว ที่สำคัญทีมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เกมรุกที่ดุดันเกมรับที่เหนียวแน่น ทุกตำแหน่งมีความสมดุลอย่างมาก

ฉะนั้นในแมตช์ที่จะรับมือ อาร์เซน่อล เกมลีกวันอาทิตย์นี้ สาวก “เร้ด อาร์มี่” อาจจะได้เห็นของดีจาก “กึ๋น” ของ โซลชา อีกครั้ง

Share on facebook
Facebook